กลยุทธ์ Breakout
อ่านคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นในการใช้กลยุทธ์ Breakout และเรียนรู้วิธีการรวมไว้ในแผนการเทรดของคุณ
Breakout หมายถึงเมื่อราคาของสินทรัพย์เคลื่อนไหวนอกกรอบการเทรดที่กำหนด
กลยุทธ์ Breakout หมายถึงการระบุกฺ Breakout นทีที่เกิดขึ้น จากนั้นเปิดสถานะในตลาดเพื่อทำกำไรจากแนวโน้มตั้งแต่เนิ่นๆ
เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Breakout ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค พร้อมด้วยเครื่องมือและตัวชี้วัด เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลราคาในอดีต และหาเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าตลาด
กลยุทธ์ Breakout สามารถใช้ในการเทรดออนไลน์สำหรับสินทรัพย์ทางการเงินทั้งหมด เช่น หุ้นและคู่เงิน
False Breakout เป็นความเสี่ยงหลักของกลยุทธ์ แต่การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลสามารถช่วยจำกัดโอกาสที่จะขาดทุนได้
กลยุทธ์ Breakout คืออะไร
ในแง่การเทรด Breakout หมายความว่าราคาของสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น เคลื่อนตัวออกนอกกรอบการเทรดที่กำหนด ซึ่งมักจะระบุด้วยระดับแนวรับและแนวต้าน กลยุทธ์ Breakout โฟกัสที่การระบุแนวโน้มของตลาดทันทีที่มันทะลุและช่วยจับผลกำไรตั้งแต่ช่วงแรกของแนวโน้ม
แนวคิดเบื้องหลังการเทรดทะลุกรอบราคาคือเมื่อราคาทะลุออกจากกรอบการเทรดก่อนหน้าแล้ว การเคลื่อนไหวของราคาคาดว่าจะดำเนินต่อไปในทิศทางเดียวกันซึ่งสร้างผลกำไรให้กับเทรดเดอร์ที่เปิดสถานะก่อนเวลา
ในการเทรดออนไลน์ เทรดเดอร์สามารถทำกำไรจากทั้งราคาที่เพิ่มขึ้นและลดลง หากราคาทะลุเหนือระดับแนวต้าน เทรดเดอร์จะเข้าสถานะ Long โดยหวังว่าราคาจะสูงขึ้นต่อไป ในขณะที่หากราคาลดลงต่ำกว่าระดับแนวรับ เทรดเดอร์จะเข้าสถานะ Short โดยหวังว่าราคาจะยังคงลดลงต่อไป
กลยุทธ์ Breakout ช่วยในการระบุการเปลี่ยนแปลงของราคาและแนวโน้ม แต่ยังสามารถบ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของความผันผวนของตลาดที่มีนัยสำคัญและการแกว่งตัวของราคาที่สำคัญ
คุณจะเริ่มใช้กลยุทธ์ Breakout ได้อย่างไร
เมื่อคุณเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ได้รับการกำกับดูแลและเลือกสินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรดแล้ว คุณสามารถเริ่มใช้กลยุทธ์ Breakout ได้ วิธีการเริ่มต้นมีดังนี้:
1. ระบุแนวโน้มปัจจุบันและกรอบการเทรด
ขั้นตอนแรกในการเทรดทะลุกรอบราคาคือการดูการเคลื่อนไหวของราคาในอดีตของสินทรัพย์ ระบุแนวโน้มราคาปัจจุบัน และกำหนดกรอบการเทรดที่ราคาเคลื่อนไหวเมื่อเร็วๆ นี้ สิ่งนี้มักระบุโดยการประเมินระดับแนวรับและแนวต้านของแผนภูมิตลาด
ระดับแนวรับหมายถึงจุดราคาที่ราคาเริ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ซึ่งทำให้โมเมนตัมการซื้อเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม ระดับแนวต้านจะระบุจุดราคาที่ราคาจะเริ่มลดลงเนื่องจากมีอุปทานมากกว่าอุปสงค์ หรืออีกนัยหนึ่งคือบ่งชี้ระดับสูงสุดที่ราคาจะไปถึงภายในแนวโน้มปัจจุบัน
ระดับแนวรับและแนวต้านสามารถระบุได้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อใช้ข้อมูลราคามากขึ้น ความเกี่ยวข้องของราคาก็จะเพิ่มขึ้น ยิ่งราคาของสินทรัพย์แตะแนวต้านหรือแนวรับบนกราฟบ่อยขึ้นเท่าใด ราคาและ Breakout ก็จะมีนัยสำคัญมากขึ้นเท่านั้น
2. สร้างจุดเข้า
หลังจากสร้างระดับแนวรับและแนวต้านแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนจุดเข้าสำหรับกลยุทธ์ของคุณ บ่อยครั้งที่เทรดเดอร์เปิดสถานะเมื่อราคาของสินทรัพย์กำลังจะปิดเหนือระดับแนวต้านหรือต่ำกว่าระดับแนวรับ
เทรดเดอร์บางรายเลือกที่จะเข้าตลาดทันทีเมื่อมีการเคลื่อนตัวข้ามเส้น ในขณะที่ผู้รับความเสี่ยงระดับปานกลางมักเลือกที่จะรอจนกว่าราคาจะปิดนอกระดับ การเปิดสถานะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สามารถนำไปสู่ผลกำไรที่มากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงสูงในการสูญเสียเงินทุนเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณพร้อมที่จะรับความเสี่ยงมากแค่ไหน
3. ตัดสินใจว่าจะออกจากตลาดเมื่อใด
แม้ว่าการตัดสินใจเลือกจุดเข้าจะค่อนข้างง่าย แต่การเลือกจุดออกที่เหมาะสมที่สุดอาจยุ่งยากกว่าเล็กน้อย เมื่อคาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้นเท่าใด และเมื่อใดคือช่วงเวลาที่ถูกต้องในการขายเพื่อหากำไร สิ่งสำคัญคือต้องดูพฤติกรรมของราคาก่อนหน้าเพื่อคำนวณราคาออกตามความเป็นจริง สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าไม่ใช่ว่าทุกการเทรดจะทำกำไรได้ และต้องตัดสินใจว่าคุณพร้อมจะสูญเสียเงินทุนจำนวนเท่าใดหากกลยุทธ์ของคุณไม่ประสบความสำเร็จ
คุณสามารถตรวจสอบการเทรดที่เปิดอยู่และปิดสถานะเมื่อคุณพอใจกับผลลัพธ์ หรือวางคำสั่ง Take Profit หรือ Stop Loss ในระดับที่เลือกเพื่อปิดการเทรดโดยอัตโนมัติ
เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Breakout
ข้อมูลราคาก่อนหน้านี้เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ ดังนั้นเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Breakout มักจะอาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิคและกล่องเครื่องมือในการระบุ Breakout
เส้นแนวรับ/แนวต้านและความสำคัญของเส้นเหล่านี้สำหรับการเทรดทะลุกรอบราคาได้มีการอธิบายไว้แล้วก่อนหน้านี้ในบทความนี้ ดังนั้นเราจะแนะนำรูปแบบและตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่นๆ ที่เทรดเดอร์สามารถใช้เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญได้
ช่องราคา ช่องแนวโน้ม และสามเหลี่ยมเป็นตัวอย่างของรูปแบบกราฟที่สามารถใช้ในการสร้างกรอบการเทรดและระบุ Breakout ทั้งสองสิ่งนี้เกิดขึ้นจากเส้นแนวโน้มที่เชื่อมโยงราคาสูงสุดและต่ำสุด หากต้องการสร้างเส้นแนวโน้ม คุณควรมีราคาสูงสุดหรือต่ำสุดสองราคาที่เชื่อมโยงถึงกัน ช่องราคาและสามเหลี่ยมสามารถขึ้นหรือลงได้ขึ้นอยู่กับแนวโน้มปัจจุบัน
รูปแบบกราฟแบบ Head and Shoulders สามารถนำไปใช้กับการเทรด Breakout ได้ และโดยปกติแล้วเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่าจะใช้ รูปแบบ Head and Shoulders ระบุด้วยจุดราคาสามจุดที่สร้างรูปแบบบนแผนภูมิคล้ายกับภาพเงาของศีรษะและไหล่ สำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Breakout สิ่งสำคัญคือต้องวาด Neckline บนรูปแบบตามระดับแนวรับและแนวต้าน
Ichimoku Cloud เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดทางเทคนิคที่เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Breakout ใช้ Ichimoku Cloud อาจดูซับซ้อนในการทำความเข้าใจในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อมีประสบการณ์แล้วก็จะทำให้อ่านได้ง่ายขึ้น มันถูกสร้างขึ้นจากการคำนวณหรือเส้นที่แตกต่างกันห้าเส้น และเส้นสองเส้นเหล่านี้ก่อตัวเป็นรูปเมฆ Senkou Span A และ B เป็นชื่อของเส้นที่สร้างการก่อตัวของเมฆและให้ระดับแนวต้านและแนวรับ Ichimoku cloud สามารถจับคู่กับ Relative Strength Index (RSI) หรือตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่นๆ ได้เช่นกัน
โชคดีที่คุณสามารถเพิ่มเครื่องมือและตัวชี้วัดที่แนะนำในบทนี้ลงในแผนภูมิบนแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ของคุณได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการวาดหรือคำนวณด้วยตนเอง
ประโยชน์ของการเทรด Breakout
โอกาสในการเพิ่มผลกำไรสูงสุด
การเปิดสถานะในช่วงแรกของแนวโน้มช่วยให้เทรดเดอร์ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเคลื่อนไหวของราคา
ง่ายต่อการผสมผสานกับสไตล์การเทรดที่แตกต่างกัน
กลยุทธ์ Breakout สามารถใช้ได้ในช่วงเวลาใดก็ได้ด้วยรูปแบบและกลยุทธ์การเทรดที่หลากหลาย รวมถึงเดย์เทรด สวิงเทรด และตัวเลือกยอดนิยมอื่นๆ
ใช้ได้กับทรัพย์สินทั้งหมด
การเทรด Breakout สามารถนำไปใช้กับสินทรัพย์ทางการเงินทั้งหมด เช่น หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ คู่เงิน และสกุลเงินดิจิทัล
เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
กลยุทธ์ Breakout ยังเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์น้อย เนื่องจากการกำหนดจุดเข้าและออกค่อนข้างตรงไปตรงมา
ใช้เวลาน้อยลงในการติดตามตลาด
เมื่อคุณระบุจุดเข้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเทรด คุณสามารถวางคำสั่งที่รอดำเนินการไว้ใกล้กับระดับแนวต้านหรือแนวรับ และสถานะจะถูกเปิดโดยอัตโนมัติหากราคาทะลุกรอบราคา การรวมกลยุทธ์ Breakout เข้ากับคำสั่งซื้อที่รอดำเนินการอาจช่วยลดเวลาการเทรดในตลาดได้
False Breakout และการบริหารความเสี่ยง
False Breakout เป็นความเสี่ยงหลักสำหรับกลยุทธ์ Breakout False Breakout หมายความว่าราคาทะลุออกจากช่วงการเทรดแต่ไม่ได้เคลื่อนไหวต่อไปในทิศทางที่คาดไว้ ในกรณีของ False Breakout ราคามักจะเคลื่อนกลับไปยังช่วงอย่างรวดเร็ว
หากเทรดเดอร์เปิดสถานะแล้วเกิด False Breakout (เบรกเอาท์หลอก) ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดในการเทรด สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องลดการขาดทุนและปิดการเทรดก่อนที่สะสมผลรวม
วิธีการหนึ่งในการจำกัดความเสี่ยงของ False Breakout คือการรอและดูว่าราคาเคลื่อนกลับไปยังช่วงราคาก่อนหน้าภายในสิ้นวันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นี่อาจหมายถึงการเสียเวลาที่ดีที่สุดในการคว้าโอกาสเช่นกัน บางครั้งราคาเปิดอยู่นอกระดับแนวต้านหรือแนวรับ แต่กลับขยับกลับเมื่อตลาดปิด
การใช้กลยุทธ์และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของการเทรดและจำกัดการขาดทุน คำสั่ง Stop Loss การกระจายความเสี่ยง และการป้องกันความเสี่ยงเป็นวิธีการทั่วไปในการบริหารความเสี่ยงในการเทรด และสามารถนำไปใช้กับกลยุทธ์ Breakout ได้เช่นกัน ในกรณีของการเทรด Breakout คำสั่ง Stop Loss มักจะวางไว้ต่ำกว่าระดับแนวต้านก่อนหน้าเล็กน้อยหรือสูงกว่าระดับแนวรับก่อนหน้าเล็กน้อย